[Prologue]...New Soul...

posted on 06 Jun 2011 00:10 by saming-tiger
Private Geist's Chronicle :: Prologue
 
"หวอ หวอ หวอ..." เสียงไซเรนดังแว่วมาแต่ไกลเข้ามากระทบหูของเด็กหนุ่ม
 
เขาพยายามที่จะขยับตัว เพราะสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือ ภาพของการเดินทางของครอบครัวที่น่าจะเป็นวันที่สีความสุขวันหนึ่ง
 
ตอนนี้แผ่นหลังของเขาเริ่มร้อน กลิ่นของยางมะตอยและเลือดจางๆลอยเข้ามาแตะจมูก
 
เสียงหวอไซเรนดังเข้ามาใกล้ เขารู้สึกว่าเห็นเงารางๆของคนหลายๆคนอยู่ที่ปลายหางตา
 
แต่สติของเขาเริ่มเลื่อนลอยไม่สามารถแม้แต่จะหันไปมองว่าเจ้าของเงารางๆนั้นคือใคร
 
...สติของเขาดับวูบไป...
 
เขารู้สึกเหมือนถูกเลื่อนไปตามทาง ภาพเพดานและหลอดฟลูออเรสเซนต์สีขาวซีดๆ ไหลผ่านตาเขาเป็นช่วงๆ เครื่องป้องกันคอและสายรัดต่างๆล็อคล้อมร่างกายเขาอย่างแน่นหนา
 
เขาพยายามจะเรียกหาพ่อ แม่ และพี่สาวของเขา แต่เสียงก็ไม่เล็ดรอดออกมาจากปากของเขาแม้แต่น้อย
 
ตอนนี้เขารู้สึกกลัว กลัวในสิ่งที่ไม่รู้ กลัว...กลัว...กลัว...จนแทบจะร้องไห้
 
ความรู้สึกกลัวที่เอ่อล้น ทำให้เขารู้สึกร้อนที่นัย์ตาก่อนที่สติจะหลุดลอยออกไปจากร่างกาย...
 
ณ ตอนนี้เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด และเครื่องพันธนาการต่างๆแล้ว มีเพียงความรู้สึกเบาและล่องลอยเหมือนนอนอยู่ในสระน้ำอุ่น ในคืนเดือนมืดกลางโลกที่ไม่มีแม้แต่แสงไฟ
 
'ได้โปรดพาฉันกลับไป ได้โปรดไปกับฉัน แล้วเราจะได้ทำสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ สิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตที่ถูกช่วงชิง สิ่งที่...' ทันใดนั้นก็เหมือนกับภาพหยดน้ำที่หยดลงผบผิวน้ำนิ่ง กระจายตัวออกเป็นวงระลอกคลื่น
 
พลันปรากฎร่างของหญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาอยู่ตรงหน้า
 
'สิ่งที่เธอกับฉันอยากจะทำ ทำอย่างที่ใจต้องการ' เสียงของหญิงสาวดังออกมาแม้ริมผีปากบางเรียวของเธอจะไม่แม้แต่ขยับ
 
'ทำสัญญากับฉันสิ สัญญาว่าเราจะอยู่ด้วยกัน แล้วเธอกับฉันจะมีโอกาสอีกครั้ง กลับสู่ชีวิต กลับสู่ความอบอุ่นของโลก' เธอยื่นกำไลเงินที่ดูเก่า แต่รู้สึกถึงอำนาจแปลกๆให้เขา
 
'รับไปสิชะตาของเรากำหนดมาให้เจอกัน รับไปแล้วกลับสู่โลกอันอบอุ่น' ถึงตอนนี้เขารู้สึกถึงความเย็นที่เริ่มรายล้อมเข้ามา ความเย็นที่หนาวยะเยียบไปถึงสันหลัง ความเย็นที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสิ้นหวังและความตาย
 
เขารับรู้ได้ทันทีว่าเขาตายแล้ว ตายจากโลกที่อบอุ่น ตายจากครอบครัวของเขา ตายจากทุกอย่างที่เขาเคยมี
 
ณ ตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเขายื่นมือไปจับกำไลนั้นตั้งแต่เมื่อไร แต่เมื่อเขามองหน้าที่มีรอยยิ้มของเธอ น้ำหนักของกำไลนั้นก็เริ่มส่งผ่านมายังร่างกายของมือของเขาเริ่มรู้สึกถึงไออุ่น และน้ำหนักของชีวิตที่ถ่ายทอดขึ้นมา
 
ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก็ยังเป็นรอยยิ้มเย็นๆของเธอ ก่อนที่โลกทั้งโลกจะหมุนเหวี่ยง ฉุดกระชากเขาอย่างรุนแรงก่อนที่ภาพทั้งหมดของโลกนั้นจะดับไป
 
...
 
"ชีพจรคงที่แล้ว ปาฎิหารย์จริงๆ" เขาเห็นภาพเบลอๆของชาย หญิงในชุดขาวเดินอยู่รอบๆตัวเขา
 
"พาไปห้องไอซียูเร็ว" ภาพเพดานและหลอดฟลูออเรสเซนต์ขาวซีดและเงารางๆของคนรอบหัวเริ่มไหลผ่านตัวเขาอีกครั้ง
 
...
 
"พีรพล วันนี้อาการเป็นยังไงบ้างคะ" เขาพยักหน้ากับคำทักทายตามหน้าที่ที่ทุกวันเขาก็จะทำอย่างนี้ พยักหน้ากับประโยคเดิมๆ กับผู้หญิงแปลกหน้าคนเดิมบ้างใหม่บ้างที่แวะเข้ามาในห้องของเขา
 
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรตั้งแต่เขาออกจากห้องไอซียูมาอยู่ที่ห้องนี้ ทุกคืนเขาฝันถึงเรื่องเดิมๆ ฝันถึงผู้หญิงคนที่เขาเจอตอนนั้น
 
ทุกอย่างตอนนี้ดูเหมือนจะอยู่ไกลเหลือเกิน เมื่อ 2-3 วันที่แล้วเขาจำได้ว่าทนายความของลุงเขามาพูดถึงเรื่องทรัพย์สินต่างๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก
 
เพราะทุกคนหายไป หายไปเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น
 
ตอนนี้เขาจะทำอะไรต่อไป ความคิดนี้รบกวนเขามาหลายวัน จนกระทั่งบัดนี้ที่ทุกอย่างก็ยังสับสน ลุงเขาบอกว่าเขาสามารถไปพักกับลุงเขาได้ตลอดเวลา เขาจะดูแลอย่างดี แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี ประโยคที่ทำให้เขาเอียนจนแทบคลั่ง
 
... ไม่มีอะไรที่จะผ่านพ้นไปด้วยดีหรอก ไม่มี !!...
 
เขามักจะนอนตอนกลางวัน เพราะโรงพยาบาลตอนกลางคืนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาเห็นเงาคนเดินผ่านไปมาจากกรอบประตูมากมาย แต่ไม่ได้ยินแม้เสียงฝีเท้าของคนเหล่านั้น
 
และคืนนี้เขาตัดสินใจที่จะรวบรวมความกล้าออกไปดู เขาลุกออกจากเตียงค่อยๆเดินไปทางประตู
 
'กล้าที่จะเดินแล้วเหรอ' เสียงผู้หญิงที่เขาเคยได้ยินดังมาจากด้านหลังทำให้เขาหันกลับไปตามต้นเสียงทันที เธอนั่งอยู่บนเตียง เตียงที่เขาเพิ่งลุกขึ้นมาเมื่อไม่ถึงนาทีที่แล้ว
 
"เธอเป็นใคร" เขาถามและเธอยิ้ม
 
'เป็น...ชีวิตของกันและกัน' เธอบอก และปากเรียวบางของเธอก็ยังคงไม่ขยับเช่นเดิม
 
"เธอพูดไม่ขยับปาก เธอเป็นใครกันแน่" เขารู้สึกว่าทุกอย่างมันดูแปลกแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าเธอคนนี้พูดความจริง
 
'เรามีเรื่องจะต้องคุยกันอีกเยอะ เริ่มด้วยการพูดกันด้วยความคิดก่อนแล้วกัน' เธอยิ้มเหมือนกำลังจะหัวเราะ
 
'เราบ้าแน่ๆ นี่เป็นภาพหลอน ภาพหลอน ภาพหลอน' พีรพลคิดย้ำๆ
 
'หยาบคาย ใครเป็นภาพหลอนกัน' เธอมองมาทางเขา 'ลองพูดด้วยความคิดดูสิ เราสื่อถึงกันได้'
 
'สวัสดี' พีรพลคิด จนมาทีหลังเขาก็คิดว่ามันน่าสมเพชสิ้นดีที่เขาเลือกที่จะคิดคำนี้
 
'สวัสดีค่ะ' เธอหลุดหัวเราะออกมา เธอแทบจะฆ่าผุ้ชายได้เลยทีเดียว
 
'โอเค เรามีเรื่องจะต้องคุยกันอีกยาว แต่ถ้าเธอไม่ง่วง ฉันคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาสงบๆที่เราจะคุยกันได้นานเลยล่ะ' 'แล้วจะไม่แนะนำตัวกับสุภาพนตรีก่อนเลยเหรอ' เธอเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
 
'อ่า พีรพล ทัพพะรังสรรค์ ชื่อเล่นว่าพี' เขาใช้ความพยายามที่จะทำตามที่เธอบอก คือพูดโดยใช้แค่ความคิด
 
'ดีขึ้น ส่วนฉันชื่อ อลิสาค่ะ' เธอพูดและโค้งเล็กๆให้เขา
 
ก่อนที่บทสนทนานี้จะดำเนินต่อไปในความเงียบของค่ำคืน สายฝนก็กำลังกลั่นตัวออกมาให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวดิน
 
 
==========================================================